๑๐ รู้จักหน้าที่น้อยใหญ่
คนเราเกิดมาเป็นมนุษย์ย่อมมีหน้าที่ทุกคน มีหน้าที่ตั้งแต่เกิดจนตาย มีหน้าที่คนละอย่าง เมื่่อเกิดเป็นเด็กก็ต้องทำหน้าที่เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เมื่อโตขึ้นเข้าเรียนก็มีหน้าที่เป็นลูกศิษย์ ต้องรู้จักทำหน้าทีของศิษย์หรือนักเรียนทีดี เป็นหนุ่มสาวแต่งงานแล้ว ก็มีหน้าที่เป็นสามีภรรยาต้องรู้จักทำหน้าทีของพ่อแม่ ทำอาชีพการงานใดก็ต้องรู้จักหน้าที่นั้น เช่นเป็นข้าราชการก็ต้องรู้จักหน้าที่ที่ดีของข้าราชการ ข้าราชการทุกคนย่อมมีหน้าที่ ๒ หน้าที่ คือ หน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชา ก็ต้องทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องเคารพคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร ทำงานเต็มความรู้ความสามารถของตน ทำงานด้วยความเสียสละอุทิศเวลา อุทิศชีวิตจิตใจเพื่องานในหน้าที่ รู้จักใช้ไหวพริบรู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว รู้จักรักษาระเบียบวินัยแบบแผนกฎหมาย ไม่ลำเอียงด้วยอคติใดๆ มุ่งรักษาผลประโยชน์ของราชการ เรื่องต่างๆเหล่านี้เรียกว่ารู้จักหน้าที่ของผู้น้อย
หน้าทีของข้าราชการอีกอย่างหนึ่งก็คือ หน้าที่ของผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชา นอกจากจะต้องทำหน้าที่ของช้าราชการทั้วไปแล้ว ยังต้องทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่ ผู้บังคับบัญขาหรือหัวหน้างานทีดีด้วย หน้าทีที่เพิ่มขึ้นนี้จะต้องมีความรับผืดชอบสูงขึ้น มากขึ้น กว้างขึ้น หนักขึ้น ตามลำดับความสำคัญของหน้าที่่น้ันๆ แต่หน้าที่ของผู้ใหญ่ที่เห็นได้แน่นอนคือหน้าที่ปกครองบังคับบัญชาคน หน้าที่นี้เป็นหน้าที่สำคัญของผู้ใหญ่ จะต้องรู้จักคุมคน การคุมคนให้ทำงานน้ันเป็นหน้าทีสำคัยมาก ทั้งเป็นศาสตร์เป็นศิลป์ คือเป็นวิชาการที่ต้องนำมาปฎิบัตให้ได้ผล การที่จะคุมคนได้ดีเพียงใดน้ัน อยู่ทีความรู้ความสามารถ ความอดทน ความสุจริต ความยุติธรรม ความรู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว ความมีไหวพริบ ความมีเมตตา ความเฉีบบขาด และคุณสมบัติอื่นๆอีกมากขึ้นอยู่กับสมอง น้ำใจ และบุคคลิกของผู้นั้นเป็นคนๆไป โบราณท่านพูดว่า อ่านคนได้ ใช้คนเป็น เฟ้นคนถูก ปลุกคนงาม ห้ามคนฟัง สั่งคนทำ นำคนตาม บุคคลจะได้รับความสำเร็จในการเป็นหัวหน้าคนไม่เท่าเทียมกัน เพราะสร้างสมบารมีมาไม่เท่ากัน
แต่เรื่องสำคัญในการเลือกสรรคนก็คือ ต้องเลือกสรรคนที่ "รู้จักหน้าที่น้อยใหญ่" ของตน ผู้ที่รู้จักหน้าที่น้อยใหญ่ของตนนี่แหละที่สังคมทุกสังคมต้องการ คนที่มีความรู้หาได้ไม่ยาก แต่เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ คนที่รู้จักหน้าที่น้อยใหญ๋
รู้จักหน้าที่น้อยใหญ่ หมายความว่าอย่างไร
หมายความว่า รู้จักหน้าที่ของตน รู้จักทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด รู้ตัวว่ามีหน้าที่อะไรบ้าง เพราะคนเรามีหน้าที่หลายอย่างในเวลาเดียวกัน หน้าที่ลูก หน้าที่พ่อแม่ หน้าที่ผู้น้อย หน้าที่ผู้ใหญ่ ต้องรู้จักทำหน้าที่ให้ครบถ้วนถูกต้อง ต้องตัดสินใจว่า ถ้าหากจะเลิกทำงานหลายๆอย่างพร้อมๆกันจะเลือกทำอะไรก่อนหลัง ต้องรู้จักว่าหน้าที่อะไรสำคัญกว่า ต้องรู้จักว่าหน้าที่ใดผลัดได้ หน้าที่ใดผลัดไม่ได้ ข้าราชการบางคนเป็นกรรมการต่างๆตั้ง ๒๐ แห่ง บางทีนัดพร้อมๆกันต้ัง ๕ คณะ จึงต้องเลือกสรรว่าจะไปทำหน้าที่ใดด้วยตนเอง จะมอบหน้าที่อะไรให้ใครไปทำแทนโดยหน้าที่ประจำก็ไม่เส่ียหาย หน้าที่พิเศษก็ได้ผลดี ต้องรู้จักแบ่งเวลาแบ่งหน้าที่ให้ดี ผู้รู้จักหน้าที่น้อยใหญ่จึงจะสมควรเป็นผู้ใหญ่ สมควรเป็นหัวหน้าคน สมควรเลือกสรรให้ทำหน้าที่สำคัญ
เคยได้ฟังผู้ใหญ่ดุลูกน้องระดับหัวหน้างานว่า "คุณไม่รู้จักว่างานอะไรสำคัญกว่ากัน แล้วคุณจะเป็นหัวหน้างานระดับสูงนี้ได้
อย่างไร"
แม่ทัพผู้สามารถน้ัน คุมกองทัพทั้งกองทัออกต่อสู้กับข้าศึก จะต้องรู้จักตัดสินใจสั่งการแม่ทัพนายกองได้ว่า จะให้หน่วยใดรุกรบอย่างไร ถอยอย่างไร จึงจะได้ชัยชนะแก่ข้าศึก รู้ว่าจะทำอะไรก่อนหลัง อย่างพระเจ้าตากสินมหาราช และพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก คือผู้รู้จักหน้าที่น้อยใหญ่
การที่ราชการบ้านเมืองยังหย่อนประสิทธิภาพอยู่ เพราะคนเราที่มีการศึกษาสูง มีแต่ความรู้สูงทางด้านวิชาการ แต่ไม่รู้จักหน้าที่น้อยใหญ่ ไม่ทำหน้าที่ของตนให้ดี ให้ถูกต้องเรียบร้อยครบถ้วน เอาแต่เพ่งเล็งจับผิดท่าน หน้าที่ของตัวเองไม่สนใจ ไม่ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เรียกว่าไม่รู้จักหน้าที่น้อยใหญ่
เพราะฉนั้นการเลือกสรรบุคคล จึงต้องเลือกสรรคนที่รู้จักหน้าที่น้อยใหญ่ คือเลือกคนที่ทำหน้าที่ของตัวให้ดีเป็นเรื่องสำคัญ คนที่รู้จักหน้าที่น้อยใหญ่นั้น มักจะเป็นคนตั้งหนาต้ังตาทำงานไม่ใช่นักพูด หรือดีแต่พูดเท่านั้น
เคยได้ฟังผู้ใหญ่ดุลูกน้องระดับหัวหน้างานว่า "คุณไม่รู้จักว่างานอะไรสำคัญกว่ากัน แล้วคุณจะเป็นหัวหน้างานระดับสูงนี้ได้
อย่างไร"
แม่ทัพผู้สามารถน้ัน คุมกองทัพทั้งกองทัออกต่อสู้กับข้าศึก จะต้องรู้จักตัดสินใจสั่งการแม่ทัพนายกองได้ว่า จะให้หน่วยใดรุกรบอย่างไร ถอยอย่างไร จึงจะได้ชัยชนะแก่ข้าศึก รู้ว่าจะทำอะไรก่อนหลัง อย่างพระเจ้าตากสินมหาราช และพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก คือผู้รู้จักหน้าที่น้อยใหญ่
การที่ราชการบ้านเมืองยังหย่อนประสิทธิภาพอยู่ เพราะคนเราที่มีการศึกษาสูง มีแต่ความรู้สูงทางด้านวิชาการ แต่ไม่รู้จักหน้าที่น้อยใหญ่ ไม่ทำหน้าที่ของตนให้ดี ให้ถูกต้องเรียบร้อยครบถ้วน เอาแต่เพ่งเล็งจับผิดท่าน หน้าที่ของตัวเองไม่สนใจ ไม่ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เรียกว่าไม่รู้จักหน้าที่น้อยใหญ่
เพราะฉนั้นการเลือกสรรบุคคล จึงต้องเลือกสรรคนที่รู้จักหน้าที่น้อยใหญ่ คือเลือกคนที่ทำหน้าที่ของตัวให้ดีเป็นเรื่องสำคัญ คนที่รู้จักหน้าที่น้อยใหญ่นั้น มักจะเป็นคนตั้งหนาต้ังตาทำงานไม่ใช่นักพูด หรือดีแต่พูดเท่านั้น
(โปรดติดตามตอนต่อไป)

