วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2559

หลักการสรรหาบุคคล (ตอนที่ ๒)


๑. มีความรู้ดี

      ความรู้ดีเป้นพื้นฐานของชีวิตมนุษย์  มนุษย์มีความเจริญขึ้นทุกวันนี้ก็เพราะผลของการศึกษาอบรม  คนที่ได้รับการศึกษาอบรมดี   ย่อมจะเป็นคนที่มีคุณภาพสูง  ประเทศใดประชาชนในชาติมีการศึกษาอบรมดี   ประเทศน้ันก็มีประชาชนทีมีคุณภาพสูง   ประเทศนั้นก็เจริญรุ่งเรือง   ทุกวันนี้เราวัดคุณภาพของคนจากการศึกษา   โดยเฉพาะการทำงานทุกอย่าง   ความรู้ช่วยได้มาก  คนที่จะทำงานการได้ผลดีมีประสิทธิภาพ  จะต้องเป็นคนได้รับการศึกษาดีมีความรู้  ยิ่งงานราชการและงานสาธารณะทั้วไปย่อมต้องการคนที่มีความรู้สูง   ความรู้น้ันเราจะวัดได้ง่ายาๆ จากประกาศนียบัตรนีบัตรหรือปริญญาบัตรที่ได้รับมา   เพื่อแสดงว่าได้ผ่านการศึกษามาระดับใด  วิชาใด  สาขาใด  จากสำนักไหน  ตรงกับงานการที่ทำหรือไม่  ความรู้จึงนับว่าเป็นพื้นฐานของชีวิตและการงาน  เป็นอันดับแรกที่จะต้องนำมาพิจารณาคัดเลือกคน
 
     คนที่มีความรู้ดี  มีความรู้สูงซึ่งสถาบันการศึกษารับรองมาแล้ว   ย่อมจะไ้ด้รับความเชื่อถือก่อน  ได้รับการพิจารณาก่อน  ได้รับการคัดเลือกก่อน  ความรู้ดีจึงเป็นคุณสมบัติอนัสำคัญที่ผู้พิจารณาคนจะต้องนำมาพิจารณาก่อนเป็๋นเบื้องแรก  คนที่มีความรู้ดี มีความรู้่สูง   จึงย่อมมีโอกาสก่อน   แต่ในกรณีผู้มีพื้นฐานความรู้เท่ากัน   เช่น จบปริญญาตรีมาเท่ากัน   ก็จะต้องพิจารณาถึงสาขาวิชา   ว่าจบปริญญาตรีสาขาอะไร  ตรงกับงานการนั้นหรือไม่  ถ้าจบสาขาเดียวกันก็จะต้องเลือกสำนักหรือสถาบันการศึกษาว่าจบมาจากสถาบันไหน   เพราะบางทีจบมาจากสถาบันหนึ่ง  มีคุณภาพสูงกว่าอีกสถาบันหนึ่ง

     เรื่องความรู้ดีนี้ มิได้หมายความว่า    ผู้ทีจบปริญญาโทจะต้องดีกว่าผู้ที่จบปริญญาตรี  หรือผู้ที่จบปริญญาเอกจะต้องเก่งกว่าผู้จบปริญญาโทเสมอไป   บางทีงานน้ันอาจต้องการคนที่จบปริญญาตรีเท่านั้น  และบางทีคนที่เรียนมากเกินไปจนจบปริญญาโทปริญญาเอก จะกลายเป็นนักวิชาการมากเกินไป  เกิดความมึนซึมไม่คล่องแคล่ว  ไม่คล่องตัว  ไม่เหมาะสมที่จะให้ทำงานเป็นนักบริหาร   ซึงมีหน้าที่ควบคุมงาน  ควบคุมคน  โดยกว้างขวางก็มีอยู่เหมือนกัน  การศึกษามากเกินไปน้ันมีผลทำให้คนฟุ้งซ่านมาก เพือฝันมาก  หลงตัวเองมาก  หลงหลักวิชาการมาก  จนมีสภาพเหมือนนักคิดนักฝัน  ไม่เหมาะที่จะทำงานเกี่ยวข้องติดต่อสัมพันธ์  สัมผัสกับคนหมู่มาก   เพราะแนวคิดไม่ใกล้เคียงกัน  ทำให้งานเสียไปก็มี  เรื่องความรู้ดีนี่้จึงตองระมัดระวังเรือง  "รู้ดีเกินไป"   ด้วย  ต้องพิจารณาเลือกคนทีมีความรู้ดี   พอเหมาะกับงาน   พอเหมาะกับหมู่คณะและพอเหมาะกับสภาพของท้องถิ่น สังคมด้วย  เราจะต้ังนักปราชญ์ไปทำงานกับชาวบ้านน้ันก็เห็นจะเป็นไปได้ยาก  

     อย่างไรก็ดี   เรื่องความรู้ดีนี้  เป็นพื้นฐานทีจะต้องนำมาพิจารณาก่อนอื่น  ถึงแม้จะไม่ใช่ข้อสำคัญที่่สุดก็ตาม
(โปรดติดตามตอนต่อไป)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น