๑. มีความรู้ดี
คนที่มีความรู้ดี มีความรู้สูงซึ่งสถาบันการศึกษารับรองมาแล้ว ย่อมจะไ้ด้รับความเชื่อถือก่อน ได้รับการพิจารณาก่อน ได้รับการคัดเลือกก่อน ความรู้ดีจึงเป็นคุณสมบัติอนัสำคัญที่ผู้พิจารณาคนจะต้องนำมาพิจารณาก่อนเป็๋นเบื้องแรก คนที่มีความรู้ดี มีความรู้่สูง จึงย่อมมีโอกาสก่อน แต่ในกรณีผู้มีพื้นฐานความรู้เท่ากัน เช่น จบปริญญาตรีมาเท่ากัน ก็จะต้องพิจารณาถึงสาขาวิชา ว่าจบปริญญาตรีสาขาอะไร ตรงกับงานการนั้นหรือไม่ ถ้าจบสาขาเดียวกันก็จะต้องเลือกสำนักหรือสถาบันการศึกษาว่าจบมาจากสถาบันไหน เพราะบางทีจบมาจากสถาบันหนึ่ง มีคุณภาพสูงกว่าอีกสถาบันหนึ่ง
เรื่องความรู้ดีนี้ มิได้หมายความว่า ผู้ทีจบปริญญาโทจะต้องดีกว่าผู้ที่จบปริญญาตรี หรือผู้ที่จบปริญญาเอกจะต้องเก่งกว่าผู้จบปริญญาโทเสมอไป บางทีงานน้ันอาจต้องการคนที่จบปริญญาตรีเท่านั้น และบางทีคนที่เรียนมากเกินไปจนจบปริญญาโทปริญญาเอก จะกลายเป็นนักวิชาการมากเกินไป เกิดความมึนซึมไม่คล่องแคล่ว ไม่คล่องตัว ไม่เหมาะสมที่จะให้ทำงานเป็นนักบริหาร ซึงมีหน้าที่ควบคุมงาน ควบคุมคน โดยกว้างขวางก็มีอยู่เหมือนกัน การศึกษามากเกินไปน้ันมีผลทำให้คนฟุ้งซ่านมาก เพือฝันมาก หลงตัวเองมาก หลงหลักวิชาการมาก จนมีสภาพเหมือนนักคิดนักฝัน ไม่เหมาะที่จะทำงานเกี่ยวข้องติดต่อสัมพันธ์ สัมผัสกับคนหมู่มาก เพราะแนวคิดไม่ใกล้เคียงกัน ทำให้งานเสียไปก็มี เรื่องความรู้ดีนี่้จึงตองระมัดระวังเรือง "รู้ดีเกินไป" ด้วย ต้องพิจารณาเลือกคนทีมีความรู้ดี พอเหมาะกับงาน พอเหมาะกับหมู่คณะและพอเหมาะกับสภาพของท้องถิ่น สังคมด้วย เราจะต้ังนักปราชญ์ไปทำงานกับชาวบ้านน้ันก็เห็นจะเป็นไปได้ยาก
อย่างไรก็ดี เรื่องความรู้ดีนี้ เป็นพื้นฐานทีจะต้องนำมาพิจารณาก่อนอื่น ถึงแม้จะไม่ใช่ข้อสำคัญที่่สุดก็ตาม
(โปรดติดตามตอนต่อไป)


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น