๗. เป็นเวไนยชน
เวไนยชน แปลว่า ชนที่มีวินัย หรือคนที่อยู่ในระเบียบวินัย คนที่มีระเบียบวินัยน้ันเป็นเครื่องหมายแสดงให้คนอื่นรู้ว่าเป็นคนเจริญ เป็นคนที่ได้รับการศึกษามาดีแล้ว เป็นคนที่ได้รับการอบรมมาจากสำนักที่ดีแล้ว ชาติที่เจริญน้ันชนในชาติของเขาเป็นคนที่มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ประพฤติตนอยู่ในแบบแผนประเพณีและวัฒนธรรม สมเด็จพระบรมราชินีนาถท่านเสด็จไปเยือนประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๒๔ ท่านทรงชมคนชาติญี่ปุ่นว่าเป็นคนมีระเบียบวินัยในชีวิตการงานอย่างยิ่ง บ้านเมืองสะอาดเรียบรัอย ผู้คนไม่ทิ้งขยะตามใจชอบ คนของเขาเคารพกฎหมาย อยุ่ในรเบียบวินัยท้ังการทำงานและการปฎิบัติตน จึงไม่ต้องสงสัยว่าเหตุใดญี่ปุ่นจึงเป็นชาติที่เจริญรุงเรือง
ทุกวันนี้คนในบ้านเมืองเรา ได้รับการศึกษาสูงขึ้น ยกย่องตนว่าเป็นคนเจริญ เรียกตัวเองว่าเป็นปัญญษชน หยิ่งในศักดิ์ศรีของตนว่าไม่ใช่คนป่าเถือน แสดงออกด้วยการแต่งกายและการใช้เครื่องอุปโภคบริโภคที่ราคาแพง แสดงออกด้วยการทำอะไรตามใจชอบ
ในหมู่ข้าราชการเองก็มีข้าราชการที่ล้วนแต่มีการศึกษาสูงโดยมาก จบปริญญาจากมหาวิทยาลัยและผ่านการศึกษาจากต่างประเทศกันมาก็มาก เรียกว่า เป็นยุคสมัยดอกเตอรืเกร่อเมือง
แต่ถ้าสังเกตุดูให้ดีแล้ว ก็จะเห็นว่าคนไทยเราเหล่านี้ ที่พากันทนงตนว่าเป็นคนเจริญมีการศึกษาดีนี่แหละ ยังชอบทำอะไรตามใจชอบอยุ่ ไม่ยอมปฎิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัย ชอบฝ่าฝืนกฎหมาย ชอบฝ่าฝืนข้อบังคับ ชอบทำตัวเป็นอภิสิทธิชน ชอบแสดงตนว่าฉันใหญ่พอที่จะไม่ต้องปฎิบัติตามระเบียบแบบแผนเหมือนคนอื่นๆ ท้ังหลายท้ังปวง หนักๆเข้าก็สำแดงตนว่าไม่เคาระเชื่อฟังคำส่ังของผู้บังคับบัญชา ไม่ยอมอยุ่ในโอวาทของเจ้านาย ดูหมิ่นคนแก่คนเฒ่าแม้แต่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ พระสงฆ์ผ้ทรงศึลทรงธรรมว่าคร่ำครึล้าสมัย กระทำการโจมตีเจ้านายของตนให้คนอืนฟังเพื่อแสดงความฉลาด อวดเก่ง อวดดี อวดว่ามีปัญญาสำแดงอาการกระด้างกระเดื่องคื้อดึง ฝ่าฝืนระบียบข้อบังคับที่วางไว้ ยิ่งถ้านาย่อนแอ โง่เขลา แก่เฒ่าอายุมาก มีเมตตาสูงหรือล้าสมัยเรื่องการศึกษา ไม่ได้ผ่านเมืองนอกเมืองนา ไม่ได้ปริญญาสูงเท่าหรือสุงกว่าตน ยิ่งแสดงอาการดูหมิ่นเหยียดหยามไม่นับถือ ไม่เคารพ ไม่ยำเกรงเอาทีเดียว การงานก็หลีกเลี่ยงหยิ่งโหย่ง ไม่เอาจริงเอาจังไม่ต้ังใจ ถ้านายมอบให้ทำงานอะไรที่ตัวไม่ชอบก็แสดงอาการไม่พอใจดูหมิ่นงานว่าไม่พอมือ ไม่พอความสามารถ ไม่คู่ควรกับความรู้ของตน อยากจะทำงานสำคัญๆทั้งๆที่ยังไม่ได้แสดงความสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายให้นายเห็น ให้นายเชื่อใจไว้ใจเสียก่อน สิ้นปี้ถ้าไม่ไม่เลื่อนเงินเดือนกรณีพิเศษ ๒ ขั้น เหมือนคนที่เขาต้ังใจทำงานมีความรับผิดชอบมากกว่าก็ยิ่งวุ่นวายฟุ้งซ่านมากขึ้น โจมตีนินทานาย เพ็งเล็งจับผิดคนอื่นว่าเลวกว่าตน ความสามารถด้อยกว่าตน เอาแต่ประจบนายสอพลอนาย นายจึงโปรด ส่วนตัวเขามีความรู้ดี ความสามารถก็สูง นายไม่โปรด เข้าใจผิดไปใหญ่โต กลายเป็นมิจฉาทิฎฐิในวงราชการโดยไม่รูตัว เหมือนเขาว่า ตักน้ำใส่กระโหลก ชะโงกดูเงาหัวของตัวเอง
คนอย่างนี้แหละคือคนที่เรียกได้ว่า ไม่ใช่เวไนยชน แม้พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราก็ไม่โปรดหรือโปรดไม่ได้ คนที่ไม่ยอมเชื่อฟังไม่ยอมอยู่ในโอวาทเช่นนี้ท่านเรียกว่า ไม่ใช่ พุทธเวไนย พระพุทธองค์ก็ต้องตัดออกไปนแกพระธรรมวินัย ไม่โปรดไม่สอน ไม่รับไว้ในพระธรรมวินัยเช่นเดียวกัน
เพราะฉนั้น การที่หัวหน้างานจะเลือกสรรแต่งต้ังคนใหเป็นหัวหน้าคน ให้ทำงานร่วมคณะ ก็จำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ที่จะไม่เลือกสรรเอาคนที่ไม่ใช่เวไนยชน แตจะเลือกสรรเอาคนดีที่เป็นเวไนยชน ถ้าความรู้ความสามารถเท่ากัน คนหนึ่งเป็นเวไนยชน อีกคนหนึ่งไม่เป็นเวไนยชน ก็ต้องเลือกคนเป็นเวไนยชนก่อน ถึงคนที่เป็นเวไนยชนจะหย่อนความรู้นิดหน่อย ความสามารถน้อย ก็คงเลือกเอาคนที่เป็นเวไนยชนอยู่ดี เพราะเป็นคนที่พูดกันรู้เรื่อง เข้าใจกันง่าย ยอมรับคำแนะนำ ตักเตือน ยอมรับการอบรมสั่งสอน ต่อไปก็คงจะดีได้เก่งได้ ดีกว่าคนที่ฉลาดแต่แข็งกระด้าง ไม่ยอมอยู่ในโอวาทไม่ยอมเชื่อฟัง หัวดื้่อ อวดดี ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาขัดข้องในการทำงานตามมาได้
คำว่า "เวไนยชน" น้ันคือคนที่มีระะเบียบ มีวินัย ยอมรับระเบียบของหมุ่คณะ ไม่ฝ่าฝืนหลีกเลี่ยง ไม่ทำอะไรนอกลู่นอกทาง มีความเคารพหัวหน้า ยอมรับฟังความคิดยอมรับฟังคำแนะนำ ยอมรับคำตักเตือน ยอมรับเอาแนวทาง แนวความคิด หรือนโยบายของหัวหน้างานไปปฎิบัติด้วยความเต็มใจ มีความศรัทธาเชื่อถือในความคิดของหัวหน้า ไม่อวดดื่้อถือดีหรือทำอะไรนอกละเมิดแหวกแนวคำสั่งของหัวหน้า ถ้าไม่แน่ใจก็ต้องถามเสียก่อน หรือไม่พูดออกไป ให้ไปสอบถามเอาจากหัวหน้า เรื่องอย่างนี้แม้จะมีตำแหน่งสูงถึงระดับอธิบดีก็ต้องเคารพปลัดกระทรวง ปลัดกระทรวงก็ต้องฟังเสียงรัฐมนตรี เรียกว่ามีความเคารพให้เกียรติกันตามลำดับไป จึงจะเรียกว่า เป็นเวไนยชน ถ้ารัฐมนตรีคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ๆไปว่าไม่เห็นด้วยกับท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องน้้นเรื่องนี้ โดยถือว่ามีอิสระเสรีตามระบอบประชาธิปไตยแล่้วก็พุดได้ว่า รัฐมนตรีคนน้้นไม่ใช่เวไนยชน ไม่ควรเลือกสรรเอาเข้ามาร่วมคณะรัฐมนตรี จะทำให้คณะรัฐบาลพังง่ายๆ
การที่ข้าราชการบางคน ไม่ได้รับเลือกสรรแต่งต้ังใหดำรงตำแหน่งหน้าที่สูงขึ้นอาจเป็นเพราะไม่ใช่เวไนยชนก็ได้ ควรพิจารณาตัวเองให้ดีเส่ียก่อนทีจะเอะอะโวยวายไป และหัวหน้าคนที่ฉลาดน้ัน ก็ต้องเลือกเอาคนที่เป็นเวไนยชนเข้าร่วมคณะด้วย การทำงานของหมู่คณะจึงจะเรียบร้อย มีระเบียบ มีวันัย เหมือนเล่นฟุดบอลที่เล่นตามกติกา ทุกคนเล่นตามหน้าที่ของตนให้เต็มที่ ฟุดบอลก้มักจะชนะ ถึงแม้แพ้ก็แพ้อย่างน่าดู และมีทางที่จะเล่นแก้ตัวเอาชนะกลับคืนมาได้โดยง่าย แต่ถ้าไม่ได้คนที่เป็นเวไนยชน ไม่อยู่ในระเบียบวินัย ไม่ยอมฟังคำสั่งสอนตักเตือนของหัวหน้า อวดดีอวดเด่นโด่งไปคนเดียว
ทำอะไรตามใจชอบนอกลูู่นอกทางนอกละเมิด ไม่เคารพกติกา ถึงเขาจะเป็นคนเก่งปานใดก็จะทำให้หมู่คณะเสียหายได้
การเลือกสรรบุคคลเข้าร่วมคณะก็ดี จะแต่งต้ังให้เขาดำรงตำแหน่งหน้าที่สูงขึ้นก็ดี จะมอบหมายการงานสำคัุญให้ทำก็ดี จะให้เขาเป็นหัวหน้าคนหมู่มากก็ดี จำเป็นต้องเลือกสรรเอาคนที่เป็นเวไนยชนด้วยเหตุผลดังว่ามานี้ เพราะคนไทยเรานั้นมักจะมีคุณสมบัติในทางอิสรชนเกินไป เป็นเสรีชนจนเกินควร มีลักษณะเป็นไก่เถื่่อน เอาตัวรอดคนเดียว อวดเก่งคนเดียว เป็นชนิด One Man Show จนทำงานเป็นหมู่คณะไม่ค่อยเป็น นักกีฬาที่เล่นคนเดียวมักจะชนะ แต่ถ้ากีฬาเป็นทีมมักจะแพ้ ในวงราชการก็เหมือนกัน จึงจำเป็นจะต้องคำนึงถึง หลักการสรรหาบุคคลข้อ เป็นเวไนยชน นี้ให้มากเป็นพิเศษ ถ้าหากว่าเราจะปลูกฝังวินัยให้คนในชาติของเรา ก็ต้องใช้หลักข้อนี้
คนอย่างนี้แหละคือคนที่เรียกได้ว่า ไม่ใช่เวไนยชน แม้พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราก็ไม่โปรดหรือโปรดไม่ได้ คนที่ไม่ยอมเชื่อฟังไม่ยอมอยู่ในโอวาทเช่นนี้ท่านเรียกว่า ไม่ใช่ พุทธเวไนย พระพุทธองค์ก็ต้องตัดออกไปนแกพระธรรมวินัย ไม่โปรดไม่สอน ไม่รับไว้ในพระธรรมวินัยเช่นเดียวกัน
เพราะฉนั้น การที่หัวหน้างานจะเลือกสรรแต่งต้ังคนใหเป็นหัวหน้าคน ให้ทำงานร่วมคณะ ก็จำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ที่จะไม่เลือกสรรเอาคนที่ไม่ใช่เวไนยชน แตจะเลือกสรรเอาคนดีที่เป็นเวไนยชน ถ้าความรู้ความสามารถเท่ากัน คนหนึ่งเป็นเวไนยชน อีกคนหนึ่งไม่เป็นเวไนยชน ก็ต้องเลือกคนเป็นเวไนยชนก่อน ถึงคนที่เป็นเวไนยชนจะหย่อนความรู้นิดหน่อย ความสามารถน้อย ก็คงเลือกเอาคนที่เป็นเวไนยชนอยู่ดี เพราะเป็นคนที่พูดกันรู้เรื่อง เข้าใจกันง่าย ยอมรับคำแนะนำ ตักเตือน ยอมรับการอบรมสั่งสอน ต่อไปก็คงจะดีได้เก่งได้ ดีกว่าคนที่ฉลาดแต่แข็งกระด้าง ไม่ยอมอยู่ในโอวาทไม่ยอมเชื่อฟัง หัวดื้่อ อวดดี ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาขัดข้องในการทำงานตามมาได้
คำว่า "เวไนยชน" น้ันคือคนที่มีระะเบียบ มีวินัย ยอมรับระเบียบของหมุ่คณะ ไม่ฝ่าฝืนหลีกเลี่ยง ไม่ทำอะไรนอกลู่นอกทาง มีความเคารพหัวหน้า ยอมรับฟังความคิดยอมรับฟังคำแนะนำ ยอมรับคำตักเตือน ยอมรับเอาแนวทาง แนวความคิด หรือนโยบายของหัวหน้างานไปปฎิบัติด้วยความเต็มใจ มีความศรัทธาเชื่อถือในความคิดของหัวหน้า ไม่อวดดื่้อถือดีหรือทำอะไรนอกละเมิดแหวกแนวคำสั่งของหัวหน้า ถ้าไม่แน่ใจก็ต้องถามเสียก่อน หรือไม่พูดออกไป ให้ไปสอบถามเอาจากหัวหน้า เรื่องอย่างนี้แม้จะมีตำแหน่งสูงถึงระดับอธิบดีก็ต้องเคารพปลัดกระทรวง ปลัดกระทรวงก็ต้องฟังเสียงรัฐมนตรี เรียกว่ามีความเคารพให้เกียรติกันตามลำดับไป จึงจะเรียกว่า เป็นเวไนยชน ถ้ารัฐมนตรีคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ๆไปว่าไม่เห็นด้วยกับท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องน้้นเรื่องนี้ โดยถือว่ามีอิสระเสรีตามระบอบประชาธิปไตยแล่้วก็พุดได้ว่า รัฐมนตรีคนน้้นไม่ใช่เวไนยชน ไม่ควรเลือกสรรเอาเข้ามาร่วมคณะรัฐมนตรี จะทำให้คณะรัฐบาลพังง่ายๆ
การที่ข้าราชการบางคน ไม่ได้รับเลือกสรรแต่งต้ังใหดำรงตำแหน่งหน้าที่สูงขึ้นอาจเป็นเพราะไม่ใช่เวไนยชนก็ได้ ควรพิจารณาตัวเองให้ดีเส่ียก่อนทีจะเอะอะโวยวายไป และหัวหน้าคนที่ฉลาดน้ัน ก็ต้องเลือกเอาคนที่เป็นเวไนยชนเข้าร่วมคณะด้วย การทำงานของหมู่คณะจึงจะเรียบร้อย มีระเบียบ มีวันัย เหมือนเล่นฟุดบอลที่เล่นตามกติกา ทุกคนเล่นตามหน้าที่ของตนให้เต็มที่ ฟุดบอลก้มักจะชนะ ถึงแม้แพ้ก็แพ้อย่างน่าดู และมีทางที่จะเล่นแก้ตัวเอาชนะกลับคืนมาได้โดยง่าย แต่ถ้าไม่ได้คนที่เป็นเวไนยชน ไม่อยู่ในระเบียบวินัย ไม่ยอมฟังคำสั่งสอนตักเตือนของหัวหน้า อวดดีอวดเด่นโด่งไปคนเดียว
ทำอะไรตามใจชอบนอกลูู่นอกทางนอกละเมิด ไม่เคารพกติกา ถึงเขาจะเป็นคนเก่งปานใดก็จะทำให้หมู่คณะเสียหายได้
การเลือกสรรบุคคลเข้าร่วมคณะก็ดี จะแต่งต้ังให้เขาดำรงตำแหน่งหน้าที่สูงขึ้นก็ดี จะมอบหมายการงานสำคัุญให้ทำก็ดี จะให้เขาเป็นหัวหน้าคนหมู่มากก็ดี จำเป็นต้องเลือกสรรเอาคนที่เป็นเวไนยชนด้วยเหตุผลดังว่ามานี้ เพราะคนไทยเรานั้นมักจะมีคุณสมบัติในทางอิสรชนเกินไป เป็นเสรีชนจนเกินควร มีลักษณะเป็นไก่เถื่่อน เอาตัวรอดคนเดียว อวดเก่งคนเดียว เป็นชนิด One Man Show จนทำงานเป็นหมู่คณะไม่ค่อยเป็น นักกีฬาที่เล่นคนเดียวมักจะชนะ แต่ถ้ากีฬาเป็นทีมมักจะแพ้ ในวงราชการก็เหมือนกัน จึงจำเป็นจะต้องคำนึงถึง หลักการสรรหาบุคคลข้อ เป็นเวไนยชน นี้ให้มากเป็นพิเศษ ถ้าหากว่าเราจะปลูกฝังวินัยให้คนในชาติของเรา ก็ต้องใช้หลักข้อนี้


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น